กว่าทศวรรษที่แฟนหนังเกาหลีรอคอย ในที่สุด คู่เดือดนรกต้องกราบ (Veteran 2) ภาคต่อของหนังบู๊ตลกสุดป่วนที่ทำรายได้ถล่มทลายในปี 2015 ก็กลับมาอีกครั้ง กับภารกิจล่าฆาตกรต่อเนื่องที่ทำให้ทั้งประเทศหวาดผวา แต่ครั้งนี้ทีมนักสืบรุ่นเก๋าของซอโดชอลต้องรับมือกับตำรวจหน้าใหม่อย่างพัคซันวู ที่มาพร้อมสไตล์การทำงานแปลกแหวกแนว หนังยังคงความมันส์และเสียงหัวเราะตามสูตรสำเร็จ แต่จะสามารถเทียบชั้นภาคแรกได้หรือไม่? ไปหาคำตอบพร้อมกัน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก ทีมนักสืบเมเจอร์ไครม์นำโดยซอโดชอล (ฮวาง จองมิน) ยังคงทำงานปราบปรามอาชญากรอย่างไม่ลดละ ทว่าท่ามกลางความชุลมุนในเมือง กลับมีฆาตกรต่อเนื่องปริศนาที่ก่อเหตุโจมตีผู้คนอย่างโหดเหี้ยม สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วประเทศ ทางตำรวจจึงส่งพัคซันวู (จองแฮอิน) เจ้าหน้าที่หนุ่มไฟแรงที่เพิ่งย้ายมาจากหน่วยสืบสวนพิเศษ มาร่วมทีมด้วย แม้ซอโดชอลและลูกทีมจะไม่ถูกชะตากับวิธีการทำงานนอกตำราของซันวู แต่พวกเขาก็ต้องร่วมมือกันตามล่าฆาตกรให้ได้ก่อนที่เหยื่อจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
งานการแสดงและตัวละคร
ฮวาง จองมิน ยังคงยอดเยี่ยมในบทซอโดชอล นักสืบจอมเก๋าที่ทั้งบ้าบิ่นและมีเสน่ห์ เขาถ่ายทอดความขัดแย้งระหว่างความเชื่อมั่นในประสบการณ์กับความจำเป็นต้องปรับตัวรับมือกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่จองแฮอิน ในบทพัคซันวู ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน เขาแสดงให้เห็นถึงความเยือกเย็นและความลึกลับของตัวละครที่ซ่อนอะไรบางอย่างไว้ได้น่าสนใจ เคมีระหว่างสองนักแสดงนำมีทั้งการปะทะและความเคารพซึ่งกันและกัน ส่วนทีมนักสืบที่เหลือยังคงสร้างสีสันด้วยมุขตลกและความสัมพันธ์ที่อบอุ่น ทำให้หนังมีชีวิตชีวา
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ รยู ซึงวาน กลับมาควบคุมงานสร้างอีกครั้ง พร้อมกับสไตล์การเล่าเรื่องที่เน้นความสนุกและจังหวะที่รวดเร็ว ฉากแอ็กชันถูกออกแบบมาอย่างตื่นเต้น โดยเฉพาะการไล่ล่าและการต่อสู้ที่ถ่ายทอดออกมาได้ดุดันสมจริง งานกล้องมีความคล่องตัวสูง ช่วยเพิ่มความอินให้กับคนดู ดนตรีประกอบโดย Jo Yeong-wook ยังคงทำหน้าที่ได้ดีในการสร้างบรรยากาศทั้งตื่นเต้นและขำขัน แม้บางช่วงจะรู้สึกซ้ำกับภาคแรก แต่โดยรวมแล้วถือว่าสมบทบาท
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
คู่เดือดนรกต้องกราบเป็นหนังที่รู้ว่าตัวเองต้องการนำเสนออะไร นั่นคือความสนุกแบบมันสมองเบา หนังเน้นความบันเทิงเหนือสิ่งอื่นใด แต่นั่นก็เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน เพราะแม้จะมีความพยายามสอดแทรกประเด็นสังคมเรื่องความยุติธรรมและเส้นบาง ๆ ระหว่างความถูกผิด แต่กลับถูกกลบด้วยมุขตลกและฉากแอ็กชันที่ยืดเยื้อเกินจำเป็น ตัวละครของจองแฮอินถูกวางให้มีความซับซ้อน แต่การพัฒนาบทกลับไม่ลึกพอที่จะทำให้ผู้ชมอินกับปมของเขาได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ชื่นชอบหนังบู๊ตลกสไตล์เกาหลีที่ดูแล้วผ่อนคลาย ภาคนี้ก็ยังคงตอบโจทย์ได้ดี
สรุป
คู่เดือดนรกต้องกราบคือหนังบู๊ตลกที่กลับมาสร้างความบันเทิงได้ตามมาตรฐาน หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้ของภาคแรกหรือชอบหนังสไตล์นี้ รับรองว่าคุณจะสนุกไปกับมัน แต่ถ้าคาดหวังบทที่เฉียบคมและมีมิติเทียบเท่าภาคแรก อาจรู้สึกผิดหวังบ้าง
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +เคมีนักแสดงนำที่ลงตัวและสนุก
- +ฉากแอ็กชันตื่นเต้น เร้าใจ
- +มุขตลกยังคงถูกจังหวะ
👎 จุดด้อย
- −บทมีความยืดเยื้อและไม่เข้มข้นเท่าภาคแรก
- −ตัวละครใหม่ถูกใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แนะนำให้ดูภาคแรก (Veteran / เดอะเซตเทิล) ก่อนเพื่อเข้าใจปูมหลังของตัวละครและความสัมพันธ์ของทีม แต่ถ้าอยากดูภาคนี้เลยก็พอเข้าใจเนื้อเรื่องได้ เพราะมีบทสรุปสั้น ๆ ตอนต้นเรื่อง
หนังมีเรต 18+ ในเกาหลี เนื่องจากมีความรุนแรง ภาษารุนแรง และฉากนองเลือดบางส่วน ไม่เหมาะสำหรับเด็กและผู้ที่ sensitivities
ความสนุกอาจลดลงเล็กน้อยเพราะบทที่ซับซ้อนน้อยกว่าและขาดความแปลกใหม่ของตัวละคร แต่สำหรับแฟนหนังบู๊ตลกเกาหลียังคงสนุกและบันเทิงได้